นอกจาก พาสซีฟอินคัม แล้ว ในโลกของการเงินยังมีรายได้อีกสองรูปแบบคือ Active Income และ Portfolio Income ซึ่งต่างคนต่างกำลังหมุนเวียนในลักษณะที่แตกต่างไป
Active Income: รายได้จากการทำงาน
Active Income เกิดจากการที่เราต้องให้ความพยายาม ลงแรง ใช้เวลา และทักษะเพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำที่ให้เงินเดือน หรือการรับจ้างชั่วคราว เช่น งานดูแลเด็ก หรือการทำความสะอาด รายได้ประเภทนี้จะหยุดไหลมาหากเราเลิกทำงาน นั่นหมายความว่าต้องมีการลงแรงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คงรายได้
Portfolio Income: กำไรจากการซื้อขาย
Portfolio Income คือกำไรที่ได้ครั้งเดียวเมื่อมีการซื้อขาย เช่น ส่วนต่างราคาในการขายหุ้น หรือกำไรจากการจัดการเลขหมุนลงทุน ธรรมชาติของมันทำให้สามารถทำซ้ำได้ แต่มันไม่ถือว่าเป็น พาสซีฟอินคัม อย่างแท้จริง เพราะต้องใช้ความพยายามในการตรวจสอบและจัดการพอร์ต อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งของ Portfolio Income เช่น เงินปันผลจากการถือครองหุ้น สามารถนับเป็น พาสซีฟอินคัม ได้
พาสซีฟอินคัม: รายได้ที่ไม่ต้องใช้แรง
พาสซีฟอินคัม ขออกต่างออก ตรงที่เราไม่จำเป็นต้องทำงานต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ทำอะไรเลย รายได้ยังคงไหลมา ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการสร้างรายได้ควบคู่ไปกับ Active Income โดยไม่มีการชนกัน
ตารางเปรียบเทียบการสร้างรายได้ในทั้งสามรูปแบบ
ลักษณะรายได้
Active Income
พาสซีฟอินคัม
ตัวอย่าง Active vs พาสซีฟ
วิธีการ
ทำงานหารายได้
สินทรัพย์ทำงาน
การถ่ายภาพสำหรับบริษัท vs การขายภาพบน Shutterstock
ความพยายาม
ต้องใช้แรง
ไม่ต้องใช้แรง
การเขียนหนังสือส่งสำนักพิมพ์ vs การเขียน E-book ขายเอง
การสร้าง พาสซีฟอินคัม เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินเร็วขึ้นกว่าการพึ่งพา Active Income ตัวเดียว โลกสมัยนี้เปิดโอกาสให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ไม่ต้องใช้เงินทุนเลยไปจนถึงการลงทุนระดับสูง
Esta página pode conter conteúdo de terceiros, que é fornecido apenas para fins informativos (não para representações/garantias) e não deve ser considerada como um endosso de suas opiniões pela Gate nem como aconselhamento financeiro ou profissional. Consulte a Isenção de responsabilidade para obter detalhes.
Caminho para gerar rendimento sem esforço: o que é renda passiva e como começar
ความฝันของทุกคน คือ การมีกระแสเงินสดที่ไหลเข้าอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม นี่ไม่ใช่เรื่องนิยาย แต่เป็นแนวคิดทางการเงินที่เรียกว่า พาสซีฟอินคัม ซึ่งหลายคนอาจยังงงว่ามันทำงานอย่างไรและจะเข้าถึงมันได้อย่างไร บทความนี้จะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับพาสซีฟอินคัมอย่างละเอียด พร้อมกับนำเสนออุบายเชิงปฏิบัติถึง 8 วิธีที่ใครก็สามารถทำได้เพื่อสร้างรายได้ส่วนนี้ขึ้นมา
พาสซีฟอินคัมคือแหล่งรายได้ที่ต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้แรงงาน
พาสซีฟอินคัม หมายถึงกระแสเงินที่ไหลเข้ามาอย่างปกติวยไม่จำเป็นต้องลงแรงอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น การให้เช่าบ้านสร้าง พาสซีฟอินคัม จากค่าเช่าที่คิดเป็นงวดๆ ตลอดช่วงที่มีผู้เช่า หรือการถือหุ้นที่จ่ายปันผล ซึ่งจะได้รับจำนวนเงินเป็นรอบๆ ตราบเท่าที่ยังคงเป็นเจ้าของหุ้น
โดยพื้นฐาน พาสซีฟอินคัม เกิดจากการที่เรากำหนดสินทรัพย์ให้ทำงานแทนตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น ลิขสิทธิ์ภาพถ่าย อีบุค หรือเพลง หรือแม้แต่สินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น เงินสด หุ้น หรือที่ดินอสังหาริมทรัพย์ สินทรัพย์เหล่านี้จะนำมาสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงแรงเพิ่มเติม
ทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างรายได้ทั้งสามประเภท
นอกจาก พาสซีฟอินคัม แล้ว ในโลกของการเงินยังมีรายได้อีกสองรูปแบบคือ Active Income และ Portfolio Income ซึ่งต่างคนต่างกำลังหมุนเวียนในลักษณะที่แตกต่างไป
Active Income: รายได้จากการทำงาน
Active Income เกิดจากการที่เราต้องให้ความพยายาม ลงแรง ใช้เวลา และทักษะเพื่อสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นงานประจำที่ให้เงินเดือน หรือการรับจ้างชั่วคราว เช่น งานดูแลเด็ก หรือการทำความสะอาด รายได้ประเภทนี้จะหยุดไหลมาหากเราเลิกทำงาน นั่นหมายความว่าต้องมีการลงแรงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คงรายได้
Portfolio Income: กำไรจากการซื้อขาย
Portfolio Income คือกำไรที่ได้ครั้งเดียวเมื่อมีการซื้อขาย เช่น ส่วนต่างราคาในการขายหุ้น หรือกำไรจากการจัดการเลขหมุนลงทุน ธรรมชาติของมันทำให้สามารถทำซ้ำได้ แต่มันไม่ถือว่าเป็น พาสซีฟอินคัม อย่างแท้จริง เพราะต้องใช้ความพยายามในการตรวจสอบและจัดการพอร์ต อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งของ Portfolio Income เช่น เงินปันผลจากการถือครองหุ้น สามารถนับเป็น พาสซีฟอินคัม ได้
พาสซีฟอินคัม: รายได้ที่ไม่ต้องใช้แรง
พาสซีฟอินคัม ขออกต่างออก ตรงที่เราไม่จำเป็นต้องทำงานต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ทำอะไรเลย รายได้ยังคงไหลมา ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการสร้างรายได้ควบคู่ไปกับ Active Income โดยไม่มีการชนกัน
ตารางเปรียบเทียบการสร้างรายได้ในทั้งสามรูปแบบ
8 วิธีที่ปฏิบัติได้จริงในการสร้างพาสซีฟอินคัม
1. การสร้างผลงานลิขสิทธิ์ที่ขายได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผลงานสร้างสรรค์ เช่น หนังสือ เพลง เทมเพลตการออกแบบ หรือรูปภาพ สามารถนำไปสร้างรายได้ได้ในระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถจำหน่ายซ้ำโดยไม่มีต้นทุนเพิ่มเติม มีแพลตฟอร์มมากมายที่เปิดให้บริการนี้ เช่น Adobe Stock และ Shutterstock สำหรับภาพถ่าย Amazon และ Ookbee สำหรับอีบุค และ Canva สำหรับเทมเพลตดิจิทัล นอกจากนี้ยังมี YouTube และ Facebook ที่ให้ผลตอบแทนจากลิขสิทธิ์วิดีโอตามจำนวนผู้ชมด้วย
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
2. เงินฝากประจำแบบดั้งเดิม
การฝากเงินประจำในธนาคารถือเป็นวิธีคลาสสิกในการสร้าง พาสซีฟอินคัม จากดอกเบี้ย ไม่ซับซ้อนเลย เพียงเลือกระยะเวลาและธนาคารที่ต้องการ เมื่อครบระยะเวลา ธนาคารจะจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่ตกลงไว้
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
3. พันธบัตรและหุ้นกู้ที่ให้ผลตอบแทนคงที่
การลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้เป็นการให้ยืมเงินแก่ผู้ออก ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ (Coupon Rate) ตามระยะเวลาที่ตกลงไว้ อัตราดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของผู้ออก พันธบัตรรัฐบาลจะให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าหุ้นกู้ของเอกชนที่มีความเสี่ยงสูง
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
4. ประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนและความคุ้มครอง
ประกันสะสมทรัพย์เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างการออมกับความคุ้มครองประกัน โดยจ่ายเบี้ยเพื่อสะสมเงินต้นและดอกเบี้ย บริษัทประกันมักให้ผลตอบแทนประมาณ 2-3% ต่อปี และจ่ายในครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดสัญญา
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
5. การปล่อยเช่าสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์
หากมีที่อยู่อาศัย คอนโดมิเนียม หรือพื้นที่ร้านค้าที่ว่างเหลือ การปล่อยเช่าคือทางเลือกที่ดี ไม่เพียงแต่จะสร้าง พาสซีฟอินคัม จากค่าเช่าที่เรียบร้อย แต่ยังได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาวอีกด้วย
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
6. ลงทุนในหน่วยลงทุน REIT เพื่อเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์
REIT (Real Estate Investment Trust) เป็นทางเลือกที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์ได้โดยไม่ต้องมีเงินมหาศาล เมื่อ REIT เก็บรายได้จากการให้เช่าสินทรัพย์ต่างๆ (สำนักงาน โรงแรม โครงสร้างพื้นฐาน) ก็จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
7. ซื้อหุ้นปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอ
นอกจากการซื้อหุ้นเพื่อรอให้ราคาเพิ่มขึ้น (Portfolio Income) แล้ว หุ้นบางตัวที่เรียกว่า Dividend Stock หรือหุ้นปันผล ยังจ่ายเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ หุ้นประเภทนี้มักเป็นบริษัทพื้นฐานที่มีกำไรคงที่ สามารถสร้าง พาสซีฟอินคัม ให้ถึง 6-8% ต่อปี ขึ้นอยู่กับราคาที่ซื้อและจำนวนปันผลที่จ่าย
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
8. Staking เหรียญคริปโทเพื่อผลตอบแทนสูง
สำหรับผู้ที่ถือ เหรียญคริปโท มี Staking เป็นตัวเลือกใหม่ในการสร้าง พาสซีฟอินคัม โดยการฝากเหรียญไว้ในพูล Staking ต่างๆ ซึ่งให้ผลตอบแทนตั้งแต่ 3-5% ไปจนถึงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับปูล
จุดบวก
จุดที่ต้องระวัง
สรุป: เลือกเส้นทางสร้างพาสซีฟอินคัมที่เหมาะกับตัวเอง
การสร้าง พาสซีฟอินคัม เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินเร็วขึ้นกว่าการพึ่งพา Active Income ตัวเดียว โลกสมัยนี้เปิดโอกาสให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ไม่ต้องใช้เงินทุนเลยไปจนถึงการลงทุนระดับสูง
ไม่มีสูตรเดียวที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่ละคนมีข้อจำกัดและศักยภาพที่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือเลือก พาสซีฟอินคัม ที่เหมาะกับสถานการณ์ของตนเอง จากนั้นทำการวางแผนและลงมือปฏิบัติให้สม่ำเสมอ เพื่อให้เงินไหลเข้ามาเองโดยไม่ต้องออกแรง